ปฎิทิน
December 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
     
สถิติ
เปิดเมื่อ20/12/2011
อัพเดท12/12/2018
ผู้เข้าชม372333
แสดงหน้า497338

โสมซานซีเย่

อ่าน 629 | ตอบ 0

เปิดตำนาน…มหัศจรรย์ “โสมซานชี “

人参 ยิ่นเซียม คำว่า “人参” มาจาก  แปลว่า โสม ส่วน 人 แปลว่า คน ดังนั้นชาวจีนจึงให้ความหมายว่า โสมคน และให้สมญานามว่าเป็น ราชาแห่งร้อยหญ้า การที่เรียกว่าโสมคน เพราะลักษณะของรากโสมมีความคล้ายกับรูปร่างของมนุษย์ คือ บางต้นมีส่วนหัว แขน ขา ลำตัว คล้ายกับมนุษย์ และคำๆนี้ ชาวจีนก็ใช้เรียกโสมเกาหลีเช่นเดียวกัน
โสม เป็นสมุนไพรที่รู้กันในแทบเอเชียตะวันออกโดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี มานานกว่า 
5,000 ปี ในจีน กล่าวคือ สมัยศตวรรษที่ 2 ก่อนพุทธศักราช จักรพรรดิจีนพระองค์หนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร เขียนตำราสมุนไพร  (เสินหนงเปิ๋งเฉ่าจิง) สารานุกรมเภสัชศาสตร์แห่งสรวงสวรรค์ของชาวประชา จัดอันดับ โสม ไว้เป็นสมุนไพรอันดับแรกสุด  ยังทรงบันทึกว่าโสมไม่มีอันตรายใดๆ กับมนุษย์อีกด้วย ส่วนในสมัยสามก๊กมีการถวายโสมเกาหลี 200 ราก เป็นบรรณาการแด่ฮ่องเต้ ราชวงศ์ถั่งของจีน 

มีเรื่อง เล่าขาน เป็นตำนานมาหลายร้อยปี ครั้งนั้นโลกมนุษย์เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ บนพื้นแผ่นดินจีน พืชพันธุ์ธัญญาหารล้มตายเสียหายเป็นจำนวนมาก ประชาชนอดอยาก เกิดโรคระบาดล้มตายเป็นจำนวนมาก เทพเทวดาบนสรวงสวรรค์ผู้ดูแลโลกมนุษย์มองเห็นความเดือดร้อนของชาวโลก จึงได้ประทานเมล็ดพันธุ์พืช “โสม” ซึ่งเป็นอาหารทิพย์ของเหล่าเทพเทวดาบนสรวงสวรรค์ โดยให้พญานกหงส์ 2 ตัว คาบเมล็ดพันธุ์โสมไปโปรยลงพื้นดินโลกมนุษย์

เมล็ดพันธุ์หนึ่ง ไปตกอยู่บนพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศจีน ใกล้กับประเทศเกาหลี ต่อมาเมื่อเมล็ดพันธุ์พืชนี้เจริญเติบโตขึ้นมา เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่ง ที่ราก (ต้น) ของโสมนี้มีลักษณะคล้ายเป็น “รูปตัวคน” จึงถูกเรียกว่า “โสมคน” ต่อมาได้แพร่พันธุ์ไปยังประเทศเกาหลี ซึ่งมีพื้นที่อาณาเขตติดกันจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “โสมเกาหลี”โสมคนหรือโสมเกาหลีนี้เป็น โสมชนิดร้อน มีสรรพคุณในการบำรุงร่างกายทั่วไป

ส่วนอีกเมล็ดพันธุ์หนึ่ง ไปตกอยู่บนพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ณ หมู่บ้านหนึ่งในเมือง เหวินซาน ได้รับการตั้งชื่อว่า “โสมจีน” ต่อมาเมื่อเมล็ดพันธุ์พืชนี้เจริญเติบโตขึ้นมา ก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่งเช่นเดียวกัน ต้นโสมนี้จะมี กิ่ง 3 กิ่ง (3 ภาษาจีนเรียกว่า “ซาน”) แต่ละกิ่งจะมี 7 ใบ (ภาษาจีนเรียกว่า “ชี”) จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “โสมซานชี” หมายถึง โสมที่ต้นมี 3 กิ่ง แต่ละกิ่งมี 7 ใบ


 โสมจีน หรือ โสมซานชี เป็นโสมชนิดอุ่น มีสรรพคุณใช้บำรุงร่างกาย โดดเด่นในระบบเลือด ต่างกับโสมคนหรือโสมเกาหลี ซึ่งเป็นโสมชนิดร้อน  ชาวบ้านได้นำโสมซานชีไปปรุงเป็นอาหารรับประทาน ปรากฏว่า นอกจากจะมีรสอร่อยแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัย ไข้เจ็บ สรรพคุณของโสมซานชี เป็นที่เรื่องลือไปทั่วหมู่บ้านชาวบ้านรู้ถึงคุณประโยชน์ของโสมซานชี และเพื่อเป็นที่จดจำของชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า “หมู่บ้านซานชี” และได้สร้างรูปปั้นของพญานกหงส์ทั้ง 2 ตัว ไว้เป็นอนุสรณ์ ณ ใจกลางหมู่บ้านซานชี  ต่อมาได้มีการนำโสมซานชีไปปรุงเป็นยาสมุนไพรชาวบ้าน เพื่อรักษาโรคต่าง ๆ สรรพคุณของโสมซานชีเป็นที่กล่าวขานเรื่องลือไปทั่วประเทศจีน ได้รับขนานนามหลายชื่อ เช่น “พืชเทวดา” ชาวบ้านถือว่าโสมซานชีมีค่ายิ่งกว่าทองคำ จึงกล่าวกันว่า “เอาทองมาแลกกับโสมซานชีก็ไม่เอา”

ได้มีการค้นพบบันทึกเรื่องเกี่ยวกับโสมซานชี ภูมิปัญญาแพทย์จีนโบราณเมื่อ 600 กว่าปี กล่าวถึงสรรพคุณของโสมซานชี ในด้านบำรุงร่างกายและรักษา ต่อมารัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ประกาศให้โสมซานชีเป็น “พืชทรัพยากรสงวนแห่งชาติ” พร้อมก่อตั้ง “ศูนย์อุตสาหกรรมโสมซานชี” ครบวงจร ณ เมือง เหวินซาน ทำการศึกษาวิจัย พัฒนา และ ผลิต ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปขายในประเทศจีน และส่งออกต่างประเทศทั่วโลก

ที่มา//http://nvherb2health.blogspot.com/

 

ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :